Mathematics

Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ถอดรหัส Enigma ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีผลงานหนึ่งที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คือ “Turing Test” Turing Test เป็นการทดสอบว่าบุคคลซึ่งอยู่ในอีกห้องหนึ่งสามารถแยกแยะผู้ตอบชุดคำถามที่กำหนดให้ว่าเป็นมนุษย์ หรือคอมพิวเตอร์ ได้หรือไม่ หากบุคคลไม่สามารถแยกแยะระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ แสดงว่าคอมพิวเตอร์นั้นฉลาดเท่าเทียมกับมนุษย์ มีการตั้งรางวัลไว้ถึง 100,000 ดอลล่าร์ สำหรับคอมพิวเตอร์ที่สามารถผ่าน Turing Test นี้ได้ (ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ที่ผ่านการทดสอบอันนี้)

แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง นักวิจัยจาก the Carnegie Mellon School of Computer Science ได้นำหลักการของ Turing test นี้ มาพัฒนาแบบทดสอบที่เรียกว่า “Completely automated public turing test to tell computers and humans apart” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า CAPTCHA แปลเป็นไทยอย่างง่าย ๆ ได้ใจความว่า แบบทดสอบคอมพิวเตอร์เพื่อแยกแยะระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ (อ่านแล้วงงดีไหม) เอาเป็นว่ามันคือ Turing Test ในรูปแบบที่พัฒนามาเป็น computer version นั่นเอง คือแทนที่คนจะเป็นผู้ตรวจเช็คคำตอบจากหนูทดลองแล้วประมวลผลออกมาว่าหนูทดลองตนนี้เป็นมนุษย์ หรือ คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ซึ่งถูกตั้งโปรแกรมมาแล้วจะเป็นตรวจเช็คคำตอบแล้วตัดสินว่า เป็นมนุษย์ หรือ คอมพิวเตอร์

CAPTCHA ทำงานโดยป้อนข้อมูลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถตีความได้ อย่างเช่น ตัวอักษรที่ถูกบีบและวางโย้เย้ไปมาบนพื้นหลังที่มีลวดลาย ดังภาพ



คอมพิวเตอร์จะไม่สามารถอ่านได้ ในขณะที่มนุษย์ปุถุชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สามารถอ่านได้ว่า “IPST” ซึ่ง e-mail server รายใหญ่ เช่น Hotmail และ Yahoo ก็ได้นำหลักการของ CAPTCHA นี้มาใช้ในการกำจัด Spam e-mail. ก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่ในโลกคอมพิวเตอร์ซึ่งเต็มไปด้วยอาชญากรสมองกล (ดังจะเห็นได้จากไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวแล้วตัวเล่า, spam e-mails ฯลฯ) เรายังมี CAPTCHA ทำหน้าที่เป็นหน่วยพิทักษ์สันติราษฎร์สมองกล ให้คอมพิวเตอร์ฝ่ายธรรมะมาปราบคอมพิวเตอร์ฝ่ายอธรรม อย่างนี้เขาเรียกว่า หนามยอกเอาหนามบ่ง ใช่มั้ยคะ